แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอฟเวอร์ตัน หวังเปิดทาง รูน

แมนเชสเตอร ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ล่าก่อน

ล่าสุด เวย์น รูนีย์ อดีตกัปตันทีม ปีศาจแดง ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องที่ได้ อำลา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดใจถึงเรื่องต้นสังกัดใหม่ อย่าง เอฟเวอร์ตัน ที่เขาเพิ่งย้ายเข้ามาร่วมทีม ทั้งนี้ยังประกาศให้ทราบถึงความต้องการที่จะพาทีมเก่าอย่าง เอฟเวอร์ตัน คว้าความสำเร็จให้ได้มากที่สุด

อำลา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

“การได้เป็นแชมป์กับ เอฟเวอร์ตัน คือความตั้งใจของผม ผมสัมผัสได้ว่าในเวลานี้สโมสรกำลังเดินหน้าอย่างเต็มที่ไปบนทิศทางที่ถูกต้อง พวกเขานำเข้านักเตะที่มีความเหมาะสมเข้ามามากมาย และมันทำให้ผมต้องการเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จนี้ และการได้กลับมาบ้านหลังเก่านี้อีกครั้งมันเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ ผมไม่สามารถ อดใจรอพบกับเพื่อนร่วมทีมได้เลย อยากจะลงสนามไปซ้อม ลงไปแข่งจริง อยากทำหลาย ๆ อย่าง” รูย์นี กล่าว

อดีตกัปตันทีม วัย 31 ปี ที่เพิ่งกลับถิ่น กูดิสัน ปาร์ค หลังย้ายไปร่วมทีม ปีศาจแดง ถึง 12 ปี ซึ่งเป็นเวลาที่ยาวนาน พร้อมทำสถิติยิงมากสุดแห่ง โอลด์ แทรฟฟอร์ด รวมถึงในทีมชาติด้วย แต่แล้วตามโปรแกรมทีมชาติล่าสุด ในฐานะกัปตันทีมสิงโตคำราม เขากลับพบว่าไม่มีชื่อตนเองอยุ่ในลิสเลห่านั้นเลย ซึ่งเขาก็หวังและกระหายที่จะกลับมาอีกครั้ง

“ในครั้งนี้ ผมมุ่งมั่นและทุ่มเมมากๆ ในการกลับมาทำผลงานให้ดีกับ เอฟเวอร์ตัน หากสามารถทำได้ แกเร็ธ เซาธ์เกต ก็อาจจะตัดสินใจให้ผมกลับทีมอีกครั้งก็ได้ ผมหวังว่าคุณภาพฝีเท้าของผมจะดีพอสำหรับ เอฟเวอร์ตัน พวกเขาคงไม่มองข้ามเรื่องส่งลงสนามได้” รูนีย์ กล่าว

ที่ผ่านมากับทีมชาติอังกฤษ สถิติของ รูนีย์ คือการลงสนาม 119 นัด พร้อมยิงประตูได้มากสุด 53 ประตู ซึ่งทางด้าน มอร์แกน ชไนเดอร์แล็ง เพื่อนร่วมทีมใหม่ แต่หน้าเก่าของ เวย์น รูนีย์ ที่ เอฟเวอร์ตัน เชื่อว่าอดีตกัปตันทีม รายนี้มีความสุขมากๆ ในการได้กลับบ้านหลังเดิมที่ เอฟเวอร์ตัน

“ผมไม่จำเป็นต้องบรรยายถึงเขาให้มากความเพราะเขา ก็คือสุดยอดนักเตะที่มีคุณภาพคับแก้วอยู่แล้ว ใครๆก็รู้ว่าเขาคือใคร และตอนนี้เขาต้องการความสุขในการกลับมาลงสนามอีกครั้ง เช่นเดียวกันกับของผม และหวังว่า เวย์น จะยังไม่หมดไฟ ซึ่งคุณสามารถดูได้จากสีหน้าของเขาเวลามาถึงที่สนามเมื่อเริ่มซ้อม เหมือว่าเขานั้นลืมทุกอย่างไปหมดแล้วกลับมีความสุขกับฟุตบอลมาก ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าเขารักในอาชีพนี้จริงๆ มันเหมือนกับว่าที่นี่เป็นสถานที่ที่พิเศษสำหรับเขา ซึ่งเขาน่าจะเป้นคนที่บอกเรื่องราวทั้งหมดได้ดีกว่าผม และเขาแค่ต้องการพิสูจน์ตนเองว่ายังเป็นนักเตะคนเดิม ผมหวังว่าเราจะได้เห็นฝีเท้าที่ดีทีสุดของเขา” ทางด้าน มอร์แกน ชไนเดอร์แล็ง กล่าวทิ้งท้าย